Marens Garden

มาเอาใจใส่สัตว์เลี้ยงและที่อยู่ของเราไปพร้อมๆ กันเถอะ

Cats

สัตว์เลี้ยงเปรียบเสมือนสมาชิกอีกคนในครอบครัวของเรา เพราะพวกเขาสามารถเป็นเพื่อนเล่นคลายเหงาคอยอยู่เคียงข้างเวลาที่ไม่เหลือใคร หลายๆ บ้านนิยมเลี้ยงสัตว์ในระบบปิดมากยิ่งขึ้น เพราะจะได้ใกล้ชิดกับสัตว์เลี้ยงตลอดเวลา แต่ปัญหาที่ตามมาคือสุขอนามัยและสภาพแวดล้อมของบ้าน เพราะพวกสัตว์เลี้ยงนั้นไม่เข้าใจว่าของชิ้นไหนสำคัญหรือไม่สำคัญ ขอแค่ได้เล่นหรือเคี้ยวให้หายหมั่นก็เป็นพอ นอกเหนือจากการดูแลความเป็นอยู่ของพวกน้องหมาน้องแมวแล้ว เจ้าของบ้านจึงควรที่จะเอาใจใส่สภาพแวดล้อมของบ้านด้วย โดยอาจมีวิธีในการดูแลรักษาสภาพแวดล้อมของบ้านดังต่อไปนี้

เก็บของจำพวกกระดาษให้ห่างไกลจากสัตว์เลี้ยง

ไม่ว่าจะเป็นสมุด หนังสือ เอกสารสำคัญต่างๆ หรือรวมไปถึงกระดาษชำระ มักเป็นที่โปรดปรานของน้องหมาน้องแมวยิ่งนัก พอเผลอแล้วรู้ตัวอีกทีอาจกลายเป็นเพียงเศษกระดาษชิ้นเล็กๆ ทางที่ดีเจ้าของบ้านจึงควรมีตู้เก็บหนังสือที่มีประตูปิดมิดชิดหรืออาจเลือกซื้อกล่องเก็บของราคาไม่แพงแทนก็ได้

เก็บขยะไปทิ้งให้เรียบร้อยทุกครั้ง

ยิ่งเป็นขยะกลิ่นแรง อาจล่อตาล่อใจสัตว์เลี้ยงได้ ตื่นเช้าขึ้นมาอีกทีอาจจะมีเศษขยะให้เก็บมากกว่าเดิม เจ้าของบ้านจึงไม่ควรที่จะปล่อยปละละเลยในเรื่องนี้ ถ้าหากสามารถเอาไปทิ้งได้ควรรีบนำไปทิ้งในทันที

กำราบอิทฤทธิ์ของสัตว์เลี้ยงด้วยการพาไปตัดเล็บ

เฟอร์นิเจอร์อาจมีรอยขีดข่วนหรือถึงขั้นขาดเหวอะหวะได้ เพราะสัตว์เลี้ยงนั้นชอบนักที่จะไปลับเล็บใส่เฟอร์นิเจอร์เราถึงแม้จะมีที่ลับเล็บแยกต่างหากแล้ว อีกทางหนึ่งที่แนะนำคือการพาสัตว์เลี้ยงไปตัดเล็บให้หายคม นอกจากช่วยป้องกันเฟอร์นิเจอร์แล้ว ก็ยังถือเป็นดูแลความสะอาดเรียบร้อยของเล็บสัตว์เลี้ยงไปในตัวอีกด้วย

หมั่นดูแลความเรียบร้อยของห้องน้ำสัตว์เลี้ยงให้ดี

แม้ดูเหมือนเป็นเรื่องธรรมดา แต่ถ้าหากเจ้าของสัตว์เลี้ยงขี้เกียจแล้วผัดวันประกันพรุ่ง ไม่ยอมทำความสะอาดห้องน้ำของน้องหมาน้องแมวดีๆ ล่ะก็ วันดีคืนดีเด็กๆ อาจไปใช้มุมใดมุมหนึ่งของบ้านเราเป็นห้องน้ำใหม่ เมื่อถึงตอนนั้นงานเข้าแน่นอน แม้แต่เราก็ไม่ได้ชอบห้องน้ำสกปรก สัตว์เลี้ยงเองก็ด้วย การหมั่นดูแลในจุดนี้นอกจากจะเป็นการเอาใจเขามาใส่ใจเราแล้ว ก็จะทำให้สภาพแวดล้อมของบ้านเราดีขึ้นด้วย

จะเห็นได้ว่าบางทีการที่เราเอาใจใส่สัตว์เลี้ยงนั้น มันก็หมายถึงการที่เราดูแลเอาใจใส่บ้านของเราด้วยเช่นกัน  รู้อย่างนี้แล้ว อย่าลืมหันมาใส่ใจสภาพแวดล้อมเพื่อประโยชน์ต่อคนในครอบครัวของเรากันด้วยนะคะ

7 เรื่องของ แอปเปิ้ล ที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน

Apples

มีใครที่ไม่รักแอปเปิ้ลบ้างล่ะ พวกมันเป็นผลไม้รสชาติหวานและมีกลิ่นหอมเหมาะมากที่จะรับประทานร่วมกันกับของหวานชนิดอื่นๆ เช่น เนยถั่ว , ช็อคโกแลต และเค้ก แอปเปิ้ลนั้นมีต้นกำเนิดมาจากทวีปเอเชียนานถึง 3 พันปี หลังจากนั้นจึงแพร่กระจายไปทั่วโลกด้วยฝีมือของพวกนักเดินทาง สำหรับในบทความนี้เราได้รวมเรื่องราวอันน่าสนใจของผลไม้ชนิดนี้มาให้ท่านได้อ่านสะสมความรู้กัน

1.แอปเปิ้ลช่วยให้ฟันขาวขึ้น

ถึงแม้ว่าจะเอามาใช้แทนยาสีฟันไม่ได้แต่การรับประทานแอปเปิ้ลเป็นประจำช่วยให้ฟันขาวขึ้นได้จริงๆนะ นั่นเป็นเพราะกรดที่อยู่ในแอปเปิ้ลจะไปช่วยทำความสะอาดฟันและทำให้ฟันขาวสว่างมากขึ้น ความกรอบของเนื้อแอปเปิ้ลยังเป็นตัวช่วยในการขัดฟันอีกด้วย ทานบ่อยๆจะขจัดคราบฟันไปเยอะเลย

2.แอปเปิ้ลเป็นผลไม้ที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับที่สองในอเมริกา

โดยเฉลี่ยแล้วชาวอเมริกาแต่ละคนจะรับประทานแอปเปิ้ลกันปีละ 19 ปอนด์ และรับประทานผลิตภัณฑ์ชนิดอื่นที่มีแอปเปิ้ลเป็นส่วนผสมอีกประมาณ 50 ปอนด์ เช่น น้ำผลไม้ , ซอส เป็นต้น เป็นผลไม้ยอดนิยมรองลงมาจากกล้วยซึ่งเป็นที่นิยมอันดับที่หนึ่ง โดยเฉลี่ยแล้วคนอเมริกันหนึ่งคนจะทานกล้วยกันปีละ 28 ปอนด์

3.ในภาษาลาตินมีมีคำศัพท์ที่แปลได้ว่า “แอปเปิ้ล” และ “ปีศาจ” ได้ในคำเดียว

มันก็คือคำว่า “malum” นั่นเองซึ่งสามารถแปลออกมาได้สองความหมาย ถึงแม้ว่าจะไม่ได้มีการกล่าวถึงแอปเปิ้ลโดยตรงในหนังสือปฐมกาล แต่เชื่อกันว่าผลไม้ต้องห้าม (ที่อดัมกิน) น่าจะเป็นแอปเปิ้ล

4.ชาวยุโรปผู้แสวงบุญเป็นผู้ที่เริ่มเอาแอปเปิ้ลเข้ามาในเมืองบอสตันและรัฐเวอร์จิเนีย

แต่ถึงอย่างนั้นคนที่ทำให้แอปเปิ้ลกระจายไปทั่วอเมริกาก็คือผู้ชายที่ชื่อว่า “John Chapman” เพราะเขาได้ทำธุรกิจเพาะปลูกแอปเปิ้ลในรัฐโอไฮโอ , รัฐอินเดียน่า , รัฐอิลลินอยส์ และรัฐเวอร์จิเนีย มาตั้งแต่ช่วงปี ค.ศ.1700-1800 และเขาไม่ใช่แค่เป็นคนแพร่กระจายเมล็ดแอปเปิ้ลไปทั่วเพียงอย่างเดียว เขายังทำการกุศลเช่นสร้างสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าอีกด้วย

5.ลูกแอปเปิ้ลที่เราซื้อไปนั้นน่าจะมีอายุ 1 ปีขึ้นไป

แต่ไม่ต้องกังวลใจไปหรอกเพราะว่ามันปลอดภัยแน่นอน เพราะว่าพวกเกษตรกรได้ใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยที่เรียกกันว่า “การเก็บรักษาบรรยากาศที่มีการควบคุม” เอามาใช้ควบคุมอุณหภูมิและบรรยากาศที่ใช้ในการเก็บแอปเปิ้ล ทำให้สามารถส่งสินค้าได้ในสภาพสดใหม่และยังรักษาความกรอบเอาไว้ได้

 6.ในโลกนี้มีแอปเปิ้ลมากกว่า 7500 สายพันธุ์

เฉพาะในประเทศสหรัฐอเมริกาเพียงที่เดียวก็มีการเพาะปลูกแอปเปิ้ลประมาณ 2,500 สายพันธุ์เข้าไปแล้ว ในขณะที่ประเทศจีนคือประเทศที่มีการเพาะปลูกแอปเปิ้ลหลากหลายสายพันธุ์มากที่สุดในโลก

7.ข้อมูลทั่วไปที่คนหลายคนไม่รู้

แอปเปิ้ลมีสีทั้งหมดสามสีคือแดงเขียวเหลืองเหมือนไฟสัญญาณจราจร , ในแอปเปิ้ลมีอากาศมากถึง 25% ทำให้มันสามารถลอยน้ำได้ , ต้นแอปเปิ้ลจัดอยู่ในเครือญาติเดียวกับกับต้นกุหลาบ , เราสามารถปอกเปลือกแอปเปิ้ลได้เร็วขึ้นกว่าเดิมถึง 10 เท่าด้วยการเอาพวกมันออกมาจากตู้เย็นแล้วเอากลับไปแข่เย็นใหม่อีกรอบ , ต้นแอปเปิ้ลสามารถมีอายุได้มากถึง 100ปี

9 วิธีการทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพให้เข้ากับชีวิตที่เร่งรีบ

เชื่อว่าหลายคนต้องพบกับรูปแบบการใช้ชีวิตที่เร่งรีบ ไม่ว่าจะเป็นมีนัดประชุม ส่งลูกไปโรงเรียน รวมไปถึงการทำภารกิจพิเศษที่อาจจะเข้ามาในช่วงเวลาไหนก็ได้หรือที่เราเรียกกันแบบบ้านๆว่า “งานเข้า” นั่นเอง จึงอาจทำให้เราลืมไปว่าการดูแลสุขภาพนั้นเป็นเรื่องที่เรียบง่าย เมื่อท่านผู้อ่านได้ปฏิบัติตามทิปในการรับประทานอาหารและเอาวิธีง่ายๆไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันจะช่วยให้ท่านมีสุขภาพดี , ระบบเผาผลาญทำงานตามปกติ , คุมน้ำหนักตัวได้ง่าย สมองไม่เบลอและมีพลังงานเหลือเฟือสำหรับทำภารกิจต่างๆให้ลุล่วงอย่างแน่นอน

 

1.ห้ามงดอาหารเช้าโดยเด็ดขาด

มื้อเช้าเป็นมื้อที่สำคัญกับการรักษาระดับพลังงานในร่างกายอย่างมากและยังช่วยควยคุมระดับปริมาณน้ำตาลในเลือดด้วย ควรหลีกเลี่ยงเมนูที่อุดมไปด้วยน้ำตาลและมีปริมาณคาร์โบไฮเดรตที่มากเกินไป เพราะมันจะทำให้ระดับน้ำตาลพุ่งขึ้นลงเหมือนรถไฟเหาะเลยทีเดียว

ตอนเช้าควรทานอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน (Complex carbohydrate) เช่น ข้าวโอ๊ต , ซีเรียล , ผัก , ผลไม้ เป็นต้น นอกนั้นยังควรทานอาหารที่มีไฟเบอร์ อาหารที่อุดมไปด้วยโปรตีน และอาหารที่ให้ไขมันดี

 

2.คุณไม่จำเป็นต้องพึ่งกาแฟเสมอไป

การดื่มกาแฟที่มากเกินไปจะทำให้ตับทำงานหนักและทำให้ร่างกายขาดน้ำรวมไปถึงเพิ่มระดับน้ำตาลในเลือด ที่น่าเป็นห่วงคือบางคนดื่มกาแฟทั้งวันจนเป็นนิสัยควรพยายามจำกัดปริมาณการดื่มกาแฟ เพราะที่ผ่านมาก็มีตัวอย่างคนที่ดื่มกาแฟมากเกินไปจนร่างกายได้รับคาเฟอีนสูงเกินจนต้องหามเข้าโรงพยาบาลมาแล้ว ร่างกายคนเราไม่ควรได้รับคาเฟอีนเกิน 200-300 มิลลิกรัม

 

3.ดื่มน้ำให้เพียงพอ

มันง่ายมากเลยหากเราจะพกน้ำใส่กระป๋องหรือขวดติดตัวไปด้วยทุกที่ ร่างกายคนเราต้องการน้ำ 8 แก้วต่อวัน การดื่มน้ำที่เพียงพอจะช่วยรักษาระดับพลังงานของร่างกายให้คงที่ , ลดความหิว , ช่วยเรื่องระบบการย่อยอาหาร แถมยังส่งผลต่อสุขภาพจิตช่วยให้เรารวมสมาธิได้ง่ายขึ้นอีกด้วย

 

4.ไมโครเวฟคือเพื่อนที่แสนดีของคุณ

การเรียนรู้การทำอาหารด้วยไมโครเวฟจะสามารถประหยัดเวลาในการทำอาหารได้มาก ปัจจุบันในอินเตอร์เน็ตมีเมนูอาหารที่ทำจากไมโครเวฟที่หลากหลายไม่ได้น่าเบื่อเหมือนเมื่อก่อนแล้วแถมยังมีเมนูสุขภาพอีกด้วย ที่สำคัญคือเราสามารถใช้ไมโครเวฟสองเครื่องหรือมากกว่านั้นพร้อมกันได้ในกรณีที่มีสมาชิกในบ้านหลายคนจริงๆ

 

5.ลดปริมาณอาหารสำเร็จรูป

อาหารสำเร็จรูปส่วนใหญ่จะมีโซเดียมเยอะมากเกินไป นอกนั้นยังมีสารกันบูด และบางเมนูก็มีน้ำตาลที่มากเกินไปอีกด้วย เพราะถ้าหากมีรสชาติเค็มน้อยหวานน้อยก็คงขายไม่ออก ควรจำกัดปริมาณและรับประทานเป็นบางครั้งเท่านั้น และต้องอ่านฉลากก่อนที่จะซื้อมาด้วย

 

6.ทำอาหารที่ใช้ส่วนผสมเพียง 3 อย่าง

ถ้าหากไม่มีเวลาจริงไม่ว่าจะเป็นการทำอาหารมื้อใดก็ตาม ในเวลาเร่งด่วนเราอาจทำแซนวิสที่ทำจากขนมปังครัวซองต์หรือทำแฮมเบอร์เกอร์ , สลัดหรือบาร์บีคิว ซึ่งเมนูเหล่านี้ส่วนใหญ่สามารถใช้วัตถุดิบที่เตรียมไว้ล่วงหน้าเอามาทำได้เลยและในอินเตอร์เน็ตก็มีตัวอย่างเมนูเยอะแยะมากมาก ลองค้นในกูเกิ้ลว่า “3-ingredient meals” ดูสิท่านจะพบเมนูน่าทานเต็มไปหมด

 

7.ทำอาหารประเภทซุปไปเลย

นอกจากเมนูซุปจะเป็นหนึ่งในเมนูอาหารสุขภาพที่ดีที่สุดแล้ว ยังใช้เวลาลงมือทำและใช้ต้นทุนน้อยมากอีกด้วย นอกนั้นเรายังสามารถเตรียมวัตถุดิบเอาไว้ล่วงหน้าในตู้เย็น และถ้าหากต้องทำให้คนหลายคนรับประทานละก็สามารถทำพร้อมกันได้ในหม้อเดียวแล้วตักเสิร์ฟได้เลย พร้อมกับเครื่องดื่มที่เตรียมรอไว้ในตู้เย็นแล้วเช่นกัน ประหยัดเวลาสุดๆ

 

8.ทำอาหารกล่องเตรียมไว้ล่วงหน้า (Meal Prep)

ถือว่ากำลังเป็นกระแสยอดนิยมในตอนนี้เพราะไม่ว่าจะเป็นคนที่ควบคุมน้ำหนักหรือนักกีฬาต่างก็นำเสนอการเตรียมอาหารกล่องล่วงหน้าหรือที่เรียกกันว่า “Meal Prep” แสดงให้ดูทางวีดีโอในเว็บยูทูปอยู่เต็มไปหมด เราสามารถเตรียมอาหารเช้าไว้ล่วงหน้าหรือจะเตรียมเผื่อไว้ทั้งสัปดาห์เลยก็ยังได้

 

9.จงเลือกอาหารที่คุณภาพเป็นหลัก

ต้องมั่นใจว่าอาหารแต่ละมื้อของเราเต็มไปด้วยสารอาหารที่ร่างกายต้องกายในแต่ละวัน หลีกเลี่ยงน้ำตาลรวมไปถึงอาหารที่ให้พลังงานมากเกินความจำเป็น และจงจำไว้ว่าเราต้องเติมพลังให้กับทั้งร่างกายและจิตใจเพื่อที่จะประสบความสำเร็จมากขึ้น

 

สุดท้ายนี้ไม่ว่าคุณจะงานยุ่งขนาดไหนอย่าลืมหาโอกาสเดินและพูดคุยกับเพื่อนร่วมงานด้วยนะ คนเราควรจะเดินอย่างน้อยวันละ 10,000 ก้าว และก็ควรมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นอยู่ตลอดอย่างน้อยๆก็ยิ้มพูดทักทายระหว่างเดินผ่านกันบ้างก็ยังดี ที่สำคัญคือไหนๆก็ออกมานอกบ้านแล้วก็ควรหาทางออกกำลังกายที่ฟิตเนสใกล้ที่ทำงานจะประหยัดเวลาได้เยอะทีเดียว

7 เรื่องที่คุณควรต้องรู้ก่อนที่จะมีอายุถึง 30 ปี

ในการที่คนเราจะอยู่รอดในสังคมยุคปัจจุบันการมีความสามารถในการทำงานหรือการเรียนนั้นคงยังไม่เพียงพอต่อการใช้ชีวิตประจำวัน คุณจำเป็นต้องมี “Mindset” ที่ถูกต้องในการดำเนินชีวิตด้วย ซึ่งสิ่งดีๆที่เราได้รวมมาให้อ่านกันในวันนี้ อาจะเป็นบางสิ่งที่หลายคนไม่เคยถูกสอนหรือไม่เคยรู้มาก่อนด้วยซ้ำไป ซึ่งการเรียนรู้สิ่งเหล่านี้จะช่วยเพิ่มความได้เปรียบ เพิ่มความรู้สึกมั่นใจและไว้ใจตัวเอง

1.คุณอยากจะทำอะไรก็ได้ในชีวิตนี้

ไม่ว่าคุณจะอยากทำหรืออยากเป็นอะไร มันย่อมจะมีวิธีการแบบเป็นขั้นตอนเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย ถ้าหากมันเคยมีคนทำสำเร็จมาแล้วก็จงมองเขาเป็นเหมือนกับพี่เลี้ยงและลงมือทำโดยดูเขาเป็นตัวอย่างและเดินตามรอยเท้าของเขา แต่ถ้าเป็นสิ่งที่ยังไม่เคยมีใครลงมือทำมาก่อนก็ต้องคอยบันทึกเอาไว้ว่าวิธีไหนได้ผลและวิธีไหนที่ใช้ไม่ได้

2.ถ้าอยากประสบความสำเร็จจงหาทางไปรวมกลุ่มกับคนที่ประสบความสำเร็จ

สิ่งที่คุณคิด ไอเดียและการพิจารณาเกี่ยวกับสิ่งต่างๆ จะเป็นตัวกำหนดอนาคตของคุณ การใช้ชีวิตหรือการคลุกคลีกับผู้ประสบความสำเร็จจะเป็นตัวช่วยในการเปลี่ยนแปลง “Mindset” ของคุณให้เหมือนกับพวกเขา การได้รับคำแนะนำจากคนที่ประสบความสำเร็จก็จะช่วยให้คุณประสบความสำเร็จได้ง่ายขึ้น คงเคยได้ยินประโยคนี้มาก่อนใช่มั๊ยว่า “เราคือค่าเฉลี่ยของคน 5 คนที่เราใช้เวลาด้วยมากที่สุด”

3.ไม่มีเวทย์มนต์ในชีวิตจริง

ไม่เคยมีใครรวยได้ในข้ามคืน คนที่สามารถหาเงินได้นั้นคือคนที่รู้ว่า “เงินคือรางวัลที่จะได้รับจากการนำเสนอสินค้าและบริการที่คนต้องการ หรือการช่วยคนแก้ปัญหาที่เขาแก้เองไม่ได้” คุณจะทำเงินได้มากหรือน้อยมันขึ้นอยู่กับระดับประสบการณ์ของคุณซึ่งจะถูกนำมาใช้เป็นตัวกำหนดมูลค่าของสินค้าและบริการ

4.จงยึดมั่นในสิ่งที่คุณรู้ว่ามันถูกต้อง

มันจะต้องมีบางช่วงเวลาที่คุณไม่เห็นด้วยกับผู้อื่นซึ่งนั่นไม่ได้หมายความว่าคุณเป็นฝ่ายผิด บางครั้งคนหลายคนก็สามารถคิดผิดพร้อมๆกันได้ และคุณไม่จำเป็นจะต้องให้ใครเห็นด้วยถ้าหากคุณจะลงมือทำให้สิ่งที่มันถูกต้อง

5.การเสียสละตัวเองมันไม่เวิร์ค

หัวหน้าของคุณอาจจะขอร้องให้คุณทำงานทั้งคืนเพื่อให้เขาได้มีเรื่องนำเสนอในที่ประชุมในวันถัดไป ถ้าหากมันเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นนานๆครั้งก็เป็นเรื่องที่ยอมรับได้ แต่ถ้าเขาให้คุณทำแบบนี้ทุกอาทิตย์และไม่ยอมปล่อยให้คุณมีเวลาไปจัดการเรื่องอื่นในชีวิตเลยก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ผิดจรรยาบรรณ และตัวคุณเองก็ทำเรื่องผิดจรรยาบรรณด้วยเช่นกันที่ยอมทำงานให้กับคนที่มีทักษะวางแผนการทำงานที่ไม่ได้เรื่อง

 

 

6.มีบางอย่างที่โรงเรียนไม่ได้สอน

โดยเฉพาะเรื่องเงินพวกเขาไม่เคยสอนว่าเงินทวีคูณได้ พวกเขาไม่เคยบอกว่าเงินทำงานได้ และที่สำคัญการเข้าโรงเรียนก็ไม่ได้เวิร์คสำหรับคนทุกคน โรงเรียนนั้นมอบข้อมูลและความรู้ให้กับคนมากมายแต่ก็มีคนส่วนน้อยที่กล้าจะตั้งคำถามว่า “วันข้างหน้าฉันจะได้ใช้มันหรือไม่”

7.ศัตรูของคุณมักคาดว่าคุณจะทำร้ายเขามากกว่าที่จะรู้สึกเห็นอกเห็นใจ

มันต้องมีบางครั้งแหละที่คุณจำเป็นต้องจัดการกับใครสักคนเพื่อยับยั้งไม่ให้เขาไปทำร้ายสร้างความเสียหายแก่ผู้อื่นต่อไป แต่การใช้ความเห็นอกเห็นใจและการติดต่อสื่อสารจะสามารถทำและส่งผลลัพธ์ในสิ่งที่การใช้กำลังทำไม่ได้ การระงับความโกรธและพยายามใช้วิธีพูดคุยนั้นให้ผลลัพธ์ที่ดีมาแล้วหลายต่อหลายครั้ง ถึงแม้ว่ามันอาจจะไม่ได้ผลแต่มันก็จะแสดงถึงพลังในตัวคุณ และคุณจำเป็นต้องมีพลังแบบนี้เพื่อที่จะยกระดับตัวเองให้เหนือกว่า

เลือกซื้อผ้าปูที่นอนอย่างไรให้ เป๊ะ!! ทั้งคุณภาพและราคา

lotus-mattress-damian-1

ว่าด้วยเรื่องของการนอน บางคนนอนง่ายหลับสบายได้ทุกที่ แต่ถึงอย่างไรการนอนที่ดีมีคุณภาพ นอกจากจะต้องนอนให้ได้จำนวนชั่วโมงที่เพียงพอแล้ว ร่างกายยังต้องได้รับการพักผ่อนอย่างเต็มที่อีกด้วย ซึ่งหากที่นอนแข็งไป หรือนุ่มจนเกินไป ก็นำมาซึ่งอาการปวดหลัง หากผ้าปูที่นอนไม่ระบายอากาศ  เนื้อผ้ามีความแข็งหยาบ  ก็ย่อมส่งผลต่อเรื่องประสิทธิภาพของการนอนของเราได้เช่นกัน ดังนั้นวันนี้เราจึงมีวิธีการเลือกซื้อผ้าปูที่นอนให้ได้ทั้งคุณภาพ และเรื่องราคาสมเหตุสมผลมาฝากกันค่ะ

เริ่มกันที่เรื่องแรกที่เราต้องดู เมื่อต้องเลือกซื้อผ้าปูที่นอน คือ การเลือกผ้าปูที่นอนให้มีขนาดพอดีกับที่นอน ฟังดูเหมือนจะเป็นเรื่องง่ายๆ ที่ใครก็รู้อยู่แล้วมั๊ยว่าต้องเลือกขนาดเท่าที่นอน…แต่ความที่มันง่ายๆ นี่ล่ะค่ะ ทำให้เราได้ผ้าปูที่นอนที่เรารู้สึกว่าไม่โอเคเลยก็ตอนที่มาคลี่ผ้าออกปูที่นอนนั่นล่ะ เพราะไม่ว่าจะเป็นเรื่องของขนาด เช่น หน้ากล่องก็เขียน 6 ฟุตนะ แต่พอมาปูทำไมมันเหลือ ทำไมปูผ้าปูที่นอนแล้วไม่ตึง ซึ่งพอไม่ตึง ก็นอนไม่สบาย และแน่นอนว่าผ้าปูที่นอนที่มีขายอยู่ทั่วไป อาจจะไม่ได้มาตรฐาน ขนาดก็เลยคาดเคลื่อน ดังนั้นเราควรเลือกซื้อในร้านที่มีคุณภาพด้วย ซึ่งขนาดของที่นอนปกติคือ ขนาด 3.5 ฟุต(Single) , 5ฟุต (Queen) ,ขนาด 6 ฟุต (King) ความกว้างของที่นอนจะแตกต่างกันไปตามขนาด  แต่ความยาวเท่ากันคือ 78 นิ้ว หรือ 198 ซม. และสิ่งที่เราต้องดูอีกหนึ่งข้อคือ ความสูงของที่นอนค่ะ เพราบางทีซื้อมาได้ขนาดพอดีแล้ว แต่ความสูงของผ้าปูน้อยกว่าความสูงของที่นอน ทำให้เวลาปูผ้าฯ ชายผ้าจะลอยอีก แบบนี้ก็ไม่เวิร์คแน่นอนค่ะ

ถัดมาคือเรื่องของเนื้อผ้า ผ้าปูที่นอนที่ดี ต้องมีเนื้อผ้าที่นุ่มสบาย และที่สำคัญต้องระบายอากาศได้ดีด้วย  ซึ่งในปัจจุบันผ้าที่ใช้ทำผ้าปูที่นอนมีหลากหลาย แต่ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด คือ ผ้าคอตตอน  เป็นผ้าที่ได้จากเส้นใยธรรมชาติ เนื้อผ้าจึงนุ่มสบาย และมีความแข็งแรง ที่สำคัญระบายอากาศได้ดีมากๆ แต่ราคาอาจจะค่อนข้างสูง แต่เทียบกับคุณภาพแล้วถือว่าคุ้มค่ะ

เรื่องสุดท้าย คือ เรื่องสีของผ้าปูที่นอน ไม่ว่าเราจะเลือกผ้าที่มีความเย็น ระบายอากาศได้ดีแค่ไหน แต่ถ้าสีของผ้าปูที่นอนเป็นสีโทนร้อน ก็ทำให้เรานอนไม่สบายได้เช่นกัน เพราสีมีผลต่ออารมณ์นั่นเองค่ะ ดังนั้นเราควรเลือกสีโทนเย็น และมีควาเมข้ากันกับสีห้องเราด้วยนั่นเอง